ในปี 2567 ที่ผ่านมา นับเป็นปีที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญสำหรับ บริษัท กรีนเทค เวนเจอร์ส จำกัด ( มหาชน) (GTV) บริษัทฯ ได้มีการปรับโครงสร้างธุรกิจภายในกลุ่มบริษัทฯ ด้วยการจำหน่ายไปซึ่งหุ้นสามัญทั้งหมดของ บริษัท พาราโบลิก โซลาร์ พาวเวอร์ จำกัด (“PSP”) (บริษัทย่อย) ซึ่งประกอบกิจการโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาค การเกษตร จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการของสหกรณ์การเกษตรวิเชียรบุรี จำกัด และ สหกรณ์การเกษตรกะทูน จำกัด และ การที่ PSP จำหน่ายไปซึ่งหุ้นสามัญทั้งหมดของ บริษัท บีเอส โซลาร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ซึ่งประกอบกิจการโรงไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับหน่วยงานราชการ และสหกรณ์ภาคการเกษตร จำนวน 1 โครงการได้แก่ โครงการสหกรณ์การเกษตรศรีธาตุ จำกัด กำลังการผลิตรวม 7.95 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับการ ขยายกิจการในระยะยาว และเป็นการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น โดยไม่ส่งผลต่อคุณภาพหรือประสิทธิภาพการทำงาน ประกอบกับในปีที่ผ่านมา ภาวะ เศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศมีการเติบโตที่ชะลอตัว และภายใต้การแข่งขัน ทำให้ในปีที่ผ่านมากลุ่มบริษัทฯ ต้องมีการปรับตัวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ สร้าง ความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่งและก้าวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยต่างๆ ทางเศรษฐกิจที่มีความเป็นพลวัตมากขึ้น ลงทุนในธุรกิจอื่นที่สามารถ เพิ่มโอกาสในการเติบโตของรายได้ในอนาคต แต่เน้นเป็นเทคโนโลยีสีเขียว และมีความยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ รวมถึงแสวงหาโอกาส ทางการลงทุนใหม่ เพื่อเป้าหมาย คือ การสร้างมูลค่าและผลตอบแทน การพัฒนาอย่างต่อเนื่องในระยะยาวและการเติบโตอย่างยั่งยืน

ในปี 2568 นี้ บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า ผลประกอบการของบริษัทฯ จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากความพยายาม การเร่งสร้างธุรกิจที่มีค วามเชื่อมโยงของทุกธุรกิจ ทั้งการลงทุนในธุรกิจด้านพลังงานสะอาด พลังงานทดแทน รวมถึงธุรกิจที่ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่การบริหารต้นทุน นอกจากนี้กลุ่มบริษัทฯ ยังมีธุรกิจ สินทรัพย์ดิจิทัล Bitcoin และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่พร้อมจะสร้างรายได้ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการก็มิได้นิ่งนอนใจต่อความเสี่ยงที่มีมากขึ้นในภาวะเศรษฐกิจยุคใหม่ที่มีพลวัตสูง ทั้งในแง่ของความ เสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศจีน ความเสี่ยงการเกิดภาวะสงครามซึ่งมีอยู่หลายจุดในโลก หรือแม้แต่ภาวะความผันผวนของเศรษฐกิจไทยจากปัจจัย ภายนอกอื่นๆ โดยคณะกรรมการได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหารของบริษํทฯ ดูแลใกล้ชิดต่อเหตุต่างๆ ที่อาจจะมีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ทั้งใน ระยะสั้นและระยะยาวและเตรียมพร้อมสำหรับการปรับตัวเชิงรุก สร้างคุณค่าทางธุรกิจรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย อย่างสม่ำเสมอ สุดท้ายนี้ ผมในฐานะตัวแทนของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหารและทีมงานทุกคน ใคร่ขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น ทุกท่าน ที่ให้ความไว้วางใจ และสนับสนุนการดำเนินกิจการของบริษัทด้วยดีเสมอมา และขอให้คำมั่นว่าบริษัทฯ จะดำเนินธุรกิจตามนโยบาย พันธกิจ วัตถุประสงค์ และเป้าหมาย โดย คำนึงถึงการสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับท่านผู้ถือหุ้น ควบคู่กับการยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณและหลักการบริหารงานอย่างมีบรรษัทภิบาล เพื่อทำให้บริษัทฯ ประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไปในอนาคต